หากจะกล่าวถึงการเทรดที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบันนั้น ก็คงจะหนีไม่พ้นการ “เทรด Forex” กันอย่างแน่นอนใช่มั้ยหล่ะครับ ซึ่งการเทรด Forex เป็นกาเทรดสกุลเงินที่น่าสนใจและสามารถได้ตลอดเวลา แต่เราก็เชื่อหลายๆ ท่านที่สนใจอาจจะยังไม่ทราบเกี่ยวกับ Forex บทความนี้จึงอยากพาทุกๆ ท่านไป “เรียนรู้เกี่ยวกับ Forex คืออะไร และย่อมาจากอะไร?” กันครับ
Forex ย่อมาจากอะไร?
“Forex” ย่อมาจาก Foreign Exchange หรือ Foreign Exchange Market ซึ่งหมายถึง ตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ครับ
Forex คืออะไร?
Forex คือตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นตลาดที่ไม่ได้มีศูนย์กลางทางกายภาพ (Decentralized หรือ Over-the-Counter – OTC) แต่เป็นการซื้อขายผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลก ตลาดนี้เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ (ยกเว้นวันหยุดสุดสัปดาห์) มีมูลค่าการซื้อขายมหาศาลเฉลี่ยหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน
หลักการทำงานของ Forex
หลังจากทราบว่า Forex คืออะไรกันแล้วนั้น ในการเทรด Forex คุณจะทำการซื้อขาย คู่สกุลเงิน (Currency Pair) เสมอ ซึ่งหมายถึงการซื้อสกุลเงินหนึ่งพร้อมกับขายอีกสกุลเงินหนึ่งในเวลาเดียวกัน ตัวอย่างเช่น:
- EUR/USD: คือคู่สกุลเงินยูโรเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ หากคุณเชื่อว่ายูโรจะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ คุณก็จะ ซื้อ (Long) EUR/USD แต่ถ้าคุณเชื่อว่ายูโรจะอ่อนค่าลง คุณก็จะ ขาย (Short) EUR/USD
- USD/JPY: คือคู่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับเยนญี่ปุ่น
วัตถุประสงค์ในการเทรด Forex:
- การเก็งกำไร: นักลงทุนและเทรดเดอร์จำนวนมากเข้าสู่ตลาด Forex เพื่อเก็งกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน โดยมีเป้าหมายที่จะทำกำไรจากส่วนต่างของราคาซื้อและราคาขาย
- การป้องกันความเสี่ยง (Hedging): บริษัทข้ามชาติหรือบุคคลที่มีการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ อาจใช้ Forex เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
- การค้าและการพาณิชย์: เป็นการแลกเปลี่ยนสกุลเงินเพื่อวัตถุประสงค์ในการซื้อขายสินค้าและบริการระหว่างประเทศ
คุณสมบัติเด่นของตลาด Forex
- สภาพคล่องสูง: เป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก ทำให้สามารถเข้าและออกจากออเดอร์ได้ง่ายและรวดเร็ว
- เปิดตลอด 24 ชั่วโมง: ตลาดเปิดตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ (จันทร์-ศุกร์) เนื่องจากมีการซื้อขายข้ามโซนเวลาทั่วโลก (เริ่มต้นในออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ ไปยังเอเชีย ยุโรป และอเมริกา)
- การใช้เลเวอเรจ: เช่นเดียวกับ CFD การเทรด Forex สามารถใช้เลเวอเรจได้ ซึ่งช่วยให้นักลงทุนสามารถควบคุมตำแหน่งขนาดใหญ่ด้วยเงินทุนที่น้อยกว่า แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงในการขาดทุนเช่นกัน
- สามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง: สามารถทำกำไรได้ทั้งเมื่อสกุลเงินแข็งค่าขึ้น (ซื้อ) หรืออ่อนค่าลง (ขาย)
ผู้เล่นหลักในตลาด Forex
- ธนาคารกลางและธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่: เป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในตลาด มีผลต่อการเคลื่อนไหวของตลาดมาก
- บริษัทและธุรกิจขนาดใหญ่: ใช้ Forex เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้าระหว่างประเทศ
- กองทุนเฮดจ์ฟันด์และสถาบันการเงินอื่นๆ: เข้ามาเพื่อเก็งกำไรและบริหารความเสี่ยง
- นักลงทุนรายย่อย: ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเทรดผ่านโบรกเกอร์ออนไลน์
สิ่งที่ต้องเตรียมตัวหลังเริ่มเทรด Forex
หลังจากที่คุณได้เริ่มต้นเทรด Forex (ไม่ว่าจะด้วยบัญชีทดลองหรือบัญชีจริง) มีสิ่งที่ต้องเตรียมตัวและปฏิบัติอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จและลดความเสี่ยง นี่คือแนวทางสำคัญ
- ประเมินและปรับปรุงแผนการเทรดอย่างสม่ำเสมอ:
- ทบทวนผลการเทรด: บันทึกการเทรดทุกครั้ง (Trading Journal) ไม่ว่าจะเป็นกำไรหรือขาดทุน บันทึกเหตุผลในการเข้าและออก, ขนาด Lot, คู่สกุลเงิน, เวลาที่เทรด, และอารมณ์ของคุณในขณะนั้น
- วิเคราะห์ข้อผิดพลาด: จากบันทึกการเทรด ให้หาข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นซ้ำๆ และหาสาเหตุ เช่น การเข้าออเดอร์ที่ไม่มีสัญญาณ, การไม่ตั้ง Stop Loss, การเทรดสวนแนวโน้ม
- ปรับปรุงกลยุทธ์: ใช้ข้อมูลจากการวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงกลยุทธ์การเทรดของคุณให้ดียิ่งขึ้น อาจเป็นการปรับปรุงจุดเข้า/ออก, การใช้ Indicators ใหม่ๆ, หรือการปรับเปลี่ยนกฎการบริหารความเสี่ยง
- พัฒนาวินัยและควบคุมอารมณ์:
- ยึดมั่นในแผน: สิ่งนี้สำคัญที่สุด จงมีวินัยทำตามแผนการเทรดที่วางไว้ แม้ว่าตลาดจะยั่วยุให้ออกนอกแผนก็ตาม
- หลีกเลี่ยงการเทรดตามอารมณ์: ความกลัว ความโลภ ความโกรธ หรือความต้องการแก้แค้นตลาด มักจะนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด พักการเทรดเมื่อรู้สึกว่าอารมณ์มีผลต่อการตัดสินใจ
- เรียนรู้ที่จะยอมรับการขาดทุน: การขาดทุนเป็นส่วนหนึ่งของการเทรด ไม่มีใครเทรดได้กำไร 100% การยอมรับการขาดทุนเล็กน้อยเพื่อรักษาเงินทุนไว้คือทักษะที่สำคัญ
- บริหารจัดการความเสี่ยงและเงินทุนอย่างเคร่งครัด:
- กำหนดเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงต่อการเทรด: ห้ามเสี่ยงเกินกว่า 1-2% ของเงินทุนทั้งหมดต่อการเทรดหนึ่งครั้ง (สำหรับมือใหม่ อาจจะน้อยกว่านั้น)
- ใช้ Stop Loss เสมอ: ทุกออเดอร์ที่เปิดต้องมี Stop Loss กำหนดจุดตัดขาดทุนที่ยอมรับได้และไม่เคยเลื่อนมันออกไป
- คำนวณขนาด Lot อย่างรอบคอบ: ใช้เครื่องมือคำนวณขนาด Lot เพื่อให้การเทรดของคุณมีความเสี่ยงตามที่คุณกำหนดไว้เสมอ
- ไม่โอเวอร์เทรด (Overtrading): ไม่เปิดออเดอร์มากเกินไป หรือใช้ขนาด Lot ที่ใหญ่เกินตัว เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับเนื้อหาข้อมูลเกี่ยวกับ “เรียนรู้เกี่ยวกับ Forex คืออะไร และย่อมาจากอะไร?” ที่เราได้นำมาฝากท่านผู้อ่านที่สนใจกัน หวังว่าจะเป็นข้อมูลที่ดีในการเทรด Forex กันนะครับ
